ประวัติบ้านท่าเรือ


ประวัติความเป็นมาของบ้านท่าเรือ

       แต่เดิม ชาวบ้านท่าเรือ เป็นคนลาวในจังหวัดอุบลราชธานี บริเวณบ้านไร่อีเป (ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดอำนาจเจริญ) ซึ่งมีสภาพพื้นที่แห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ ทำไร่ทำนาไม่ได้ผล นายไชยราช และนายศรีวงษา หัวหน้าหมู่บ้าน จึงรวบรวมสมัครพรรคพวกกว่า ๓๐ คน อุ้มลูก จูงหลาน เดินทางด้วยเกวียนผ่านลำน้ำก่ำ ลำน้ำสงคราม จนมาพบชุมชนบ้านนาซ่อม จึงพักอาศัยอยู่ที่นั่น พากันออกจับจองที่ดินเป็นที่ทำกิน และไปพบลำห้วยบ่อกอก (หรือห้วยกอก) มีโนนดินเรียกว่า โนนขาว โนนสูง โนนแต้ ซึ่งในหน้าฝนจะมีน้ำมาก แต่หน้าแล้งน้ำจะแห้งเกิดเป็นขี้เกลือสินเธาว์ ชาวบ้านจึงพากันนำขี้เกลือผสมน้ำ แล้วต้มให้แห้งเป็นเกลือ ใช้เป็นเครื่องปรุงอาหาร และนำไปขาย

ปี ๒๔๔๕ หัวหน้าหมู่บ้านไปพบโคกหนองแต้ อยู่ห่างจากบ้านนาซ่อมไปทางทิศตะวันตกประมาณ ๑ กิโลเมตร สภาพพื้นที่เป็นป่าไม้เต็งรัง อยู่ใกล้กับห้วยบ่อเกลือ ห้วยหนองเรือ เหมาะที่จะตั้งเป็นหมู่บ้าน จึงแยกตัวออกมาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่โคกหนองแต้ เรียกชื่อหมู่บ้านตามหลักฐานที่ปรากฏว่า“บ้านหนองแต้”หรือ“บ้านแต้”เพราะมีต้นหมากแต้ ต้นไม้ใหญ่ ใบหนา กับหนองน้ำเล็กๆ อยู่ด้วยกัน จากนั้นได้แต่งตั้งนายไชยราช และนายศรีวงษา เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน และได้สร้างวัดศรีโพธิ์ชัย เป็นวัดประจำหมู่บ้าน โดยมีหลวงพ่อชิน เป็นเจ้าอาวาสคนแรก

       ในหน้าฝนจะมีเรือขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “เรือกระแซง” บรรทุกสินค้ามาจอดเทียบท่าที่ห้วยหนองเรือเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้ากันเป็นเวลาหลายคืน ชาวบ้านจึงเรียกสถานที่แห่งนั้นว่า “หนองเรือ” หรือ “ท่าเรือ” ต่อมาในปี ๒๔๙๓ นายเหลี่ยม บินศรี ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านได้ประชุมร่วมกับชาวบ้านและมีมติให้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านจาก “บ้านแต้” เป็น “บ้านท่าเรือ” มาจนถึงปัจจุบัน 

ช่างทำแคนคนแรกของบ้านท่าเรือ
         นายโลน แสนสุริยวงศ์ ช่างทำแคนคนแรกของบ้านท่าเรือ เป็นบุตรของนายชิน นางมั่น แสนสุริยวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๕๑ ที่บ้านยอดชาติ อ.นาแก จ.นครพนม เมื่อยังเด็กได้เดินทางติดตามพ่อแม่มาอยู่ที่บ้านท่าเรือ พออายุได้ ๑๕ ปี ก็กลับไปอยู่ที่บ้านยอดชาติ และได้ชวนเพื่อนอีก ๒ คนไปด้วย คือนายลอง และนายไกร  แมดมิ่งเหง้า ขณะอยู่ที่บ้านทั้ง ๓ คน ได้เรียนวิชา ทำปี่ ทำแคน เครื่องดนตรีอีสาน จากนายเสน พี่ชายของนายโลน ซึ่งไปเรียนมาจากช่างบ้านพะนอม อ.ท่าอุเทน และช่างบ้านโนนตูม อ.นาแก ต่อมาทั้ง ๓ คน ก็ได้กลับมาอยู่ที่บ้านท่าเรือ อีกครั้งและได้ทำปี่ ทำแคน เป็นอาชีพหลัก จนเป็นที่ยอมรับของคนทั้งหมู่บ้าน จึงประสิทธิประสาทวิชาการ ทำปี่ ทำแคน ให้ลูกหลานของเพื่อนๆ และถ่ายทอดสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน การผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้านของบ้านท่าเรือ เป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้ชาวบ้านได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องออกไปทำงานนอกหมู่บ้านก็มีกินมีใช้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *