การดีดพิณ

การดีดพิณ

การเรียนดนตรีหัวใจสำคัญคือ ผู้เรียนต้องฝึกฝน ฝึกท่องโน๊ต ฝึกร้องเพลง และอย่ายอมแพ้ตต้องมีความพยายาม ขยันฝึกซ้อม
วิธีจับพิณ
ผู้ดีดพิณสามารถนั่งหรื่อยืนดีดก็ได้ ท่านั่งควรวางตัวพิณไว้ขาขวาหรือขาซ้ายที่ถนัด สามารถนั่งได้หลายแบบ เช่น นั่งขัดสมาธิ นั่งพับเพียบ ตามแต่ผู้ที่ดีดถนัด การกำมือซ้ายที่ คอพิณ ควรกำอย่างหลวม เพื่อสามารถเคลื่อนย้ายนิ้วไปตามคอพิณได้สะดวก โดยใช้หัวแม่มือซ้ายซ้ายการวางนิ้ว
การวางนิ้วบนคอพิณ ผู้ดีดควรใช้นิ้วชิ้ในขั้นหรือช่องคอพิณ ที่ 1 – 2 นิ้วกลางขั้นที่ 3 นิ้วนาง ขั้นที่ 4 หรือใช้นิ้วก้อยก็ได้ครับวิธีดีดพิณ
1.ผู้ดีดสามารถนั่งดีดหรือยืนดีดก็ได้ ท่านั่งควรวางตัวพิณไว้บนขาขวา ( ถ้าถนัดซ้ายก็วางไว้ขาซ้าย )
2. งอข้อศอกขวาเล็กน้อยแขนขวาวางบนขอบตัวพิณ มือขวาที่ใช้ดีด จับปิ๊กด้วยนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ หรือแล้วแต่ ( บางคนใช้นิ้วกลางแทนนิ้วชี้ )
3. เอียงคอพิณให้ทำมุมประมาร 30 – 70 องศา ครับ
4. ฝึกใช้ข้อมือเคลื่อนไหวจับปิ๊กดีดสายเปล่า สาย 1 – 2 – 3 ขึ้นลง สลับกันไปมา จากช้าแล้วค่อยๆ เร็วขึ้นจนเกิดความคล่องตัวครับ
5. เมื่อมือซ้ายทำหน้าที่เคลื่อนย้ายไปตามตำแหน่งคอพิณ โดยใช้หัวแม่มือวางบนคอพิณ นิ้วชี้ – นิ้วกลาง – นิ้วนาง – นิ้วก้อย กดปลายนิ้วลงบนสายพิณ การกดสายควรกดเบาๆ เหนือขั้นเสียงเล็กน้อยเพื่อเสียงที่ออกมาจะไม่เพียน
6. การดีดสายให้เสียงรัวหรือ กรอเสียง คือการดีด ขึ้นลงสลับกันโดยใช้ข้อมือสบัดให้เร็วที่สุด ( เคราะหนึ่งจังหวะให้ดีดสลับขึ้นลง 8 ครั้ง )คือจังหวะยกหรือตก ครับ
7. ตำแหน่งที่ดีดสายควรดีดสายบริเวณรูเสียง เพื่อให้เสียงกังวาน
8. การจับปิ๊กใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้จับ บางคนถนัดใช้นิ้วกลางแทนนิ้วชี้ก็ได้ ไม่ควรจับปิ๊กแน่นหรือเบาเกินไป เพื่อไม่ให้ป๊กหลุดมือขณะดีดครับ
9. การดีดพิณตามโน๊ตเพลงใช้วิธีการอ่านแบบเดียวกับโน๊ตโปงลาง คือ
ดีด 1 2 3 4
ขึ้น ลง ขึ้น ลง
ม ม ม ม สาย 1 สายเปล่าสรุปได้ว่า ดีดขึ้นจังหวะที่ 1 และ 3 ดีดลงจังหวะที่ 2 และ 4 การดีดเสียงให้ชัดเจนให้ใช้ปลายนิ้วกดให้ชิดด้านซ้ายขั้นพิณให้แน่น จึงดีดสายบริเวณรูเสียง เสียงที่ได้จะชัดเจนการฝึกดีดพิณเบื้องต้น
ฝึกดีดสายเปล่าสายที่ 1 เสียง มีแบบฝึกสี่แบบคือ ( ขึ้น ลง ชึ้น ลง ) ( – ขึ้น – ขึ้น ) ( – ลง – ลง ) ( ขึ้น ลง – – )
เครื่องหมาย( – ) ไม่ต้องดีด แต่ให้นับ หนึ่งจังหวะ หรือเคราะหนึ่งครั้ง ครับ ให้ฝึกแต่ละแบบจนคล่องและฝึกให้ครบทั้งสามสายครับ เมื่อฝึกดีดสายเปล่าทั้ง 3 สาย ตามโน๊ตจนคล่องแล้วมีวิธีฝึกเพิ่มคือฝึกดีดสลับสาย 1และ 2 ดั้งนี้ คือจะดีดลงทั้งสองสาย ล-ม-/ล-ม-/ล-ม-/ล-ม-/ ประมาณนี้ครับ และอีกอย่างคือ

การดีดสลับขึ้นลง 3 ตัวโน๊ต
หลักการฝึกคือ ลง ขึ้น ลง เริ่มจากสายสามครับ -มลม/-มลม/-มลม/-มลม ประมาณนี้ครับ สำหรับเทคนิคต่างๆผมก็ยังไม่รู้ครับ อิอิอิ

ส่งท้ายครับฝึกบ่อยๆครับอย่าเหมือนผม ขี้เกียจแต่อยากเก่ง 

Cr.esarnmusiccorner

การฝึกเป่าแคน

การหัดจับโน้ตไล่สเกล

ทฤษฎีการอ่านโน้ต
วิธีการอ่านโน้ตลายดนตรีพื้นเมืองอีสาน
องค์ประกอบของโน้ต
          การ ใช้สัญลักษณ์เพื่อบันทึกเสียงดนตรี ไม่ว่าจะอยู่ในวัฒนธรรมใดก็ตามไม่สามารถที่จะใช้แทนในทุกลีลาของดนตรี
ได้ครบทุกกระบวนความ อย่างไรก็ตามไม่ว่าการบันทึกโน้ตของดนตรีแต่ละวัฒนธรรมจะมีการกำหนด
กฏเกณฑ์มากน้อยต่างกันเพียงใดก็ตาม สัญลักษณ์ที่ใช้แทนเสียงมักจะประกอบด้วย 
ลักษณะ คือ
1.       สัญลักษณ์แทนความสูงต่ำ ของเสียง (Pitch)
2.       สัญลักษณ์แทนความสั้นยาวของเสียง (Duration)
3.       สัญลักษณ์พิเศษอื่นๆ
1. สัญลักษณะแทนึวามสูงต่ำ ของเสียง (Pitch)    ระดับความสูงต่ำ ของเสียงนับเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างทำนองดนตรี ในวัฒนธรรมดนตรีตะวันตก สัญลักษณ์ที่ใช้แทนระดับเสียงอาศัยระดับความสูงต่ำ ของบรรทัด เส้น เป็นตัวกำหนด สำหรับระบบโน้ตในดนตรีพื้นเมืองอีสาน หรือ ดนตรีไทย  สัญลักษณ์ที่ใช้แทนระดับความสูงต่ำ ของเสียงถูกกำหนดโดยตัวอักษรจำนวน ตัว และสัญลักษณ์การแทนเสียงสูง ต่ำ โดยมี จุด (.) ข้างล่างตัวอักษร เป็นเสียงต่ำ ส่วนมีจุด (.) ข้างบนตัวอักษร เป็นเสียงสูง ดังแสดงตารางดังนี้
เสียงต่ำ

เสียงธรรมดา

เสียงสูง
ดฺ ย่อมมาจาก โด (ต่ำ)
ด  ย่อมาจาก โด
ดํ  ย่อมาจาก โด (สูง)
รฺ ย่อมาจาก เร (ต่ำ)
ร  ย่อมาจาก เร
รํ  ย่อมาจาก เร (สูง)
มฺ ย่อมาจาก มี (ต่ำ)
ม  ย่อมาจาก มี
มํ
ฟฺ ย่อมาจาก ฟา (ต่ำ)
ฟ  ย่อมาจาก ฟา
ฟํ
ฺซฺ ย่อมาจาก ซอล (ต่ำ)
ซ  ย่อมาจาก ซอล
ซํ
ลฺ  ย่อมาจาก ลา (ต่ำ)
ล  ย่อมาจาก ลา
ลํ
ทฺ  ย่อมาจาก ที (ต่ำ)
ท  ย่อมาจาก ที
ทํ

       ถึงแม้ว่าชื่อประจำระดับเสียงโน้ตๆ ที่เลียนแบบมาจากระบบโน้ตดนตรีสากลก็ตาม ขอให้เข้าใจว่าชื่อเรียกระดับเสียงต่างๆ ในดนตรีพื้นเมืองอีสาน ดนตรีไทย และดนตรีสากลที่เหมือนกันนั้น มีระดับความสูง-ต่ำ ของเสียงและขั้นคู่เสียงไม่เท่ากัน จากการที่มีระดับเสียงสูง-ต่ำ ของเสียงที่เกิดจากการใช้สัญลักษณ์นั้น ไม่สามารถมองเห็นเป็นภาพความสูง-ต่ำลดหลั่งกันเหมือนเช่นในระบบโน้ตดนตรี สากล ดังนั้นในการฝึกระดับเสียงของดนตรีพื้นเมืองอีสานในระยะเริ่มต้นอาจมีความ ยากอยู่บ้าง เพื่อให้สามารถทำให้การเรียนรู้เกี่ยวกับระดับความสูง-ต่ำของเสียงอาจใช้ กระบวนการการฝึกหัดไล่บันไดเสียง โดยการนำอักษรแทนระดับเสียงต่างๆ  ใส่ลงบนขั้นบันได
2.  สัญลักษณ์แทนความสั้น-ยาวของเสียง ความสั้น-ยาว ของเสียงเป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญยิ่งต่อการกำหนดลีลาจังหวะในดนตรี ตะวันตก สัญลักษณ์ที่ใช้แทนความสั้น-ยาว สังเกตได้จากลักษณะที่แตกต่างกันของตัวโน้ต เช่น ตัวกลม ตัวขาว ตัวเขบ็ด (0   0    0   ) เป็นต้น 

                ระบบโน้ตดนตรีพื้นเมืองอีสานหรือ ดนตรีไทย มีสัญลักษณ์ที่ตรงกันข้ามกับระบบโน้ตสากล คือ อัตราจังหวะความสั้นยาว ของเสียงในระบบโน้ตสากลขึ้นอยู่กับลักษณะที่แตกต่างกันของโน้ตเป็นสำคัญ ในขณะที่ตัวโน้ตตามระบบดนตรีพื้นเมืองอีสานหรือ ดนตรีไทย ไม่สามารถแทนค่าความสั้นยาวของเสียงได้ อัตราความสั้นยาวระบบโน้ตดนตรีพื้นเมืองอีสานจะเกิดได้ ต้องอาศัยองค์ประกอบที่สำคัญ ประการ คือ ห้องเพลง และการจัดเรียงโน้ต
                                2.1  ห้องเพลง   ห้องเพลงในระบบโน้ตดนตรีพื้นเมืองอีสานหรือดนตรีไทย ทำหน้าที่เช่นเดียวกับจังหวะเคาะ (Beat)  โดยจะมีการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าในอัตราช้าเร็วอย่างสม่ำเสมอ ทุกบรรทัดที่ใช้บันทึกโน้ตจะประกอบด้วย ห้องเพลง โดยตำแหน่งของจังหวะเคาะจะอยู่ที่ส่วนท้ายสุดของตัวโน้ตในแต่ละห้องเพลง ดังนี้
1
2
3
4
5
6
7
8

 

2.2 การจัดเรียงตัวโน้ต   เนื่องจากสัญลักษณ์ตัวอักษร ด ร ม ฟ ซ ล ท  ไม่สามารถแยกแยะอัตราความสั้นยาว ของเสียงที่แตกต่างกันได้ ดังนั้นจึงต้องอาศัยการจัดเรียงตัวโน้ต ตามหลักการพื้นฐานของการจัดเรียงตัวโน้ต ในแต่ละห้องเพลง จะบรรจุไปด้วยหน่วยเคาะย่อยเท่ากับ หน่วยเคาะย่อย  ดังนี้
                 เคาะ                เคาะ                 เคาะ                 เคาะ               เคาะ                เคาะ                เคาะ              เคาะ           
1234
1234
1234
1234
1234
1234
1234
1234
ในการบันทึกตามระบบตัวโน้ตของดนตรีพื้นเมืองอีสาน โน้ตอักษร ด  ร  ม  ฟ…..แต่ละตัวและเครื่องหมาย – (ลบ) แต่ละอันมีความยาวเท่ากันบ 1 จังหวะเคาะย่อยเท่ากันหมด เช่น  
                                                —             เท่ากับ    –                           
                                                –            เท่ากับ    รด
                                                —          เท่ากับ    –รด
                                                         เท่ากับ    –มด
                                                –       เท่ากับ    –มรด
      สัญลักษณ์ –(ลบแต่ละอันเมื่อปรากฏต่อท้ายตัวอักษรตัวใดแล้ว จะสามารถยืดเสียงของโน้ตตัวนั้นให้ยาวออกไปอีกอันละ หน่วยเคาะย่อย เช่น
                                                 /—/—/-/
                                                 มีซอล—-ลาซอลลา
                                                 1234/1234/12/121/
1.       มีความยาวเท่ากับ หน่วยเคาะย่อย ประกอบด้วยตัวอักษร ม (มีหนึ่งเคาะย่อย และ           สัญลักษณ์ – (ลบอีก เคาะย่อย
2.       มีความยาวเท่ากับ 21
3.       มีความยาวเท่ากับ หน่วยเคาะย่อย ประกอบด้วยโน้ตอักษร ล (ลา)  หนึ่งเคาะย่อย           และสัญลักษณ์ – (ลบอีก เคาะย่อย
4.       มีความยาวเท่ากับ 3
5.       มีความยาวเท่ากับ เคาะย่อย ซึ่งเป็นอัตราความยาวของตัวอักษร  ล (ลา)
การบันทึกเพลง สัญลักษณ์อักษรที่ใช้แทนเสียงโน้ต ด ร ม ….. และสัญลักษณ์ยืดเสียง – (ลบจะสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันไปมาตามท่วงทำนองของเพลง ดังนั้นการเรียงโน้ตจึงสามารถพบได้ในหลายรูปแบบ ตามตัวอย่างที่ยกมานี้
กรณีมีโน้ตห้องละ ตัง 
                                      /—ซ / —  / —  / —ด /
กรณีมีโน้ตห้องละ ตัว
                                      / –ล / –ล / –ซ / –/
กรณีมีโน้ตห้องละ ตัว
                                     / –มซม / –ดมร / –มซด / –ลลล /
กรณีมีโน้ตห้องละ ตัว
                                    / ซลดร มรดล ชลดร รรรร /
กรณีที่มีการผสมผสานกันหลายรูปแบบ 
—-
ลฺลฺลฺ
ลฺลฺลฺ
ลฺลฺลฺ
รดรมฺ
ซฺลฺ
รดรมฺ
ซฺลฺ

ที่มา   http://202.28.32.131/prathom_music/home3.html

การเป่าโหวด

เทคนิคการเป่าโหวดมีดังนี้
     
       1. ใช้มือซ้ายหรือมือขวาจับโหวด โดยให้หัวแม่มืออยู่ที่ลูกที่ 1ลูกใหญ่ นิ้วชี้อยู่ในลูกที่ 4 
       2.  นำหัว (ตรงขี้สูท) มาเป่า โดยเป่าลมออกให้เกิดเสียง และให้ขยับหาเสียงที่ชัดมาที่สุด
       3.  ฝึกเป่าโดยการไล่เสียงจากเสียงสูงไปหาเสียงต่ำหรือ จากเสียงต่ำไปหาเสียงสูง
       4.  ฝึกเป่าลมออกให้ยาวๆ 
       5.  ฝีกเป่าลายง่ายๆ เช่น ลายโปงลาง เต้น เป็นต้น
                           
                            ลักษณะเสียงโหวด

 

Cr.Khamron Wannadit

ที่มา : http://www.isan.clubs.chula.ac.th/dontri/?transaction=vod.php

ชาวหมู่บ้านท่าเรือ

เครื่องดนตรีพื้นบ้านที่ จ.นครพนม สร้างรายได้ปีละ 100 ล้าน

หมู่บ้านท่าเรือ ต.ท่าเรือ อ.นาหว้า จ.นครพนม เป็นหมู่บ้านแห่งเดียวของภาคอีสาน ที่มีชื่อเสียงดังไปทั่วโลก ในการผลิตเครื่องดนตรีพื้นบ้าน แคน พิณ แคน โหวดขาย สร้างรายได้ต่อไปไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

คุณตา นุช แมดมิ่งเหง้า อายุ 80 ปี  เป็นต้นตำหรับของอาชีพคนทำแคน ที่สืบทอดมาจาก ปู่ย่า ตายาย  เล่าให้ฟังว่า   ตนได้สืบทอดวิชาทำแคนมาจาก ปู่ย่า ตายาย เริ่มฝึกทำแคน ตั้งแต่อายุ 15 ปี  มาถึงตอนนี้ เป็นเวลากว่า  60 ปี ที่ได้เรียนรู้ พัฒนาฝีมือ ในการทำแคน เพื่อให้มีเสียงที่ออกมามีคุณภาพ   ที่สำคัญในการทำแคน จะไม่มีโรงเรียน หรือสถาบันสอน แต่จะต้องมีการเรียนรู้พัฒนาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน เท่านั้น

สำหรับแคนมาตรฐาน จะมีขนาด ทั้งหมด 6 – 7 – 8 – 9  คือนับจากจำนวนคู่ไม้ไผ่ที่นำมาประกอบ  ส่วนใหญ่จะใช้มากที่สุดคือ แคน 8  จะมีทั้งหมด 8 คู่ ความยาวประมาณ 1.5 เมตร  ใช้เวลาในการประกอบ ประมาณ เต้าละ 2 -3 วัน  ราคาขาย แคนลิ้นเงิน จะมีราคาประมาณเต้าละ 1,000 – 1,200 บาท  นอกจากนี้ยังมีแคนชนิดสั่งทำพิเศษ จะมีราคาสูง ประมาณ 5,000 – 7,000 บาท สามารถสั่งทำได้ตามความต้องการ

ปัจจุบัน เครื่องดนตรีอีสาน พิณ แคน โหวด  ที่ถูกผลิตขึ้นจากบ้านท่าเรือ  กลายเป็นสินค้าเศรษฐกิจ ที่ส่งออกขายไปทั่วประเทศ  และต่างประเทศ สร้างเศรษฐกิจ มีเงินหมุนเวียนสะพัด ปีละกว่า 100 ล้านบาท  นอกจากนี้ยังเป็นหมู่บ้านแห่งเดียว ที่มีการเปิดศูนย์เรียนรู้ชุมชน ส่งเสริม สนับสนุน  ในเรื่องของการสืบสานอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน ผลิตเครื่องดนตรี อีสาน  ให้ลูกหลาน เยาวชน ได้สืบทอด รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ที่สนใจ ได้มาศึกษาเยี่ยมชม

 

ที่มา : https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน

ภูผาแดงแหล่งท่องเที่ยวใหม่นครพนม

ผู้ว่าฯนครพนม สำรวจ ผาเป้า ภูผาแดง ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวอันซีนแห่งใหม่เตรียมวางแผนพัฒนา

นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม  พร้อมด้วย ผศ.(พิเศษ) เมธา ชูจันทร์ นายอำเภอนาแก นายภิเชษฐ์ สุขสบาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล นายสมโภชน์ เที่ยงจิตต์ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าอุทยานแห่งชาติภูผายล อ.นาแก จ.นครพนม รวมถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงาน เกี่ยวข้อง เดินทางด้วยรถยนต์ออฟโรด เพื่อสำรวจพิสูจน์ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวอันซีนแห่งใหม่ ของ จ.นครพนม ผาเป้า ภูผาแดง บนยอดเขาภูพานน้อย ในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล เขตพื้นที่บ้านโพนงาม ต.หนองบ่อ อ.นาแก จ.นครพนม  ซึ่งเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ ที่มีความสวยงามไม่แพ้ภูกระดึง เนื่องจากมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 500 เมตร ทำให้สามารถมองเห็น แนวทิวเขาภูพานน้อยทอดยาวในพื้นที่ 4 จังหวัด มี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร และ กาฬสินธุ์ อีกทั้งยังเป็นจุดสูงสุดที่สามารถมองเห็นธรรมชาติป่าเขาที่สวยงาม  เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางธรรมชาติ  

นอกจากนี้ ในพื้นที่เดียวกันยังมีจุดท่องเที่ยว สำคัญที่น่าสนใจหลายจุด อาทิ น้ำตกตาดขามที่มีความสวยงาม  หินโพรงขนาดใหญ่ ถ้ำหิน และหินรูปหัวใจ ถือเป็นจุดที่น่าสนใจ สำหรับประชาชนนักท่องเที่ยว รวมถึงพื้นที่ดังกล่าว ยังมีความสำคัญเรื่องของเส้นทาง เคยเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มสหาย หรือพรรคคอมมิวนิสต์ในอดีต ในยุคของการต่อสู้ทางความคิด ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวในอดีต ให้นักท่องเที่ยว ได้ศึกษา อีกด้วย  โดยถือเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่ทางจังหวัดนครพนม ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญ เตรียมวางแผนพัฒนา เชิญชวนนักท่องเที่ยว มาท่องเที่ยว เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวของ จ.นครพนม ในอนาคต

ที่มา : https://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=789828